พัฒนาการลูกน้อยวัย 7 เดือน

 
พัฒนาการลูกน้อยวัย 7 เดือน
 

พัฒนาการลูกน้อยวัย 7 เดือน

ดูเหมือนพึ่งมีความสุขกับความร่าเริงสดของลูกน้อยวัย 6 เดือนไปได้ไม่นานนี่เองนะคะ  ลูกน้อยก็ย่างเข้าเดือนที่ 7 แล้วนะคะ …..ในเดือนนี้เด็กน้อยมักจะได้รับคำพูดจากคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า..”ซนจังลูก”….เพราะเป็นเดือนที่ลูกน้อยจะเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วว่องไว และมักจะหยุกเยิกอยู่ตลอดเวลา ด้วยเด็กน้อยมีความสนใจใคร่รู้ ผลักดันให้เด็กน้อยนั้นเข้าไปสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบๆ ตัว   คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยจับตามองดูลูกน้อยไว้ให้ดีนะคะ  เดือนนี้เด็กบางคนเริ่มคลานได้แล้วค่ะ  คุณพ่อคุณแม่ควรหาสิ่งของเอาไว้ให้ลูกมองตามเพื่อหัดคลานได้แล้ว  หลอกล่อเด็กน้อยให้สนใจและพยายามคลานเข้ามาหานะคะ  และควรดูแลความเรียบร้อยของบ้านให้ดีเพื่อเตรียมรับมือการคลานของเด็กน้อยจอมซนไงค่ะ ห้ามปล่อยให้เด็กน้อยไว้ตามลำพังเด็ดขาด การคลานซนของลูกอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ค่ะ  ในวัยคลานนี้รองเท้ายังไม่จำเป็น คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสพื้นผิวอย่างอิสระดีกว่าค่ะ จะเป็นผลดีต่อพัฒนาการของลูกมากว่า

แต่บางครั้งเด็กก็อาจไม่ได้เจริญเติบโตไปตามเกณฑ์พัฒนาการในทุกขั้นทุกตอนนะคะ เด็กแต่ละคนอาจมีพัฒนาการช้ากว่าบ้าง หรือบางคนก็เร็วกว่าบ้างค่ะ หรือบางคนก็ข้ามขั้นตอนไปก็มีค่ะ เช่น เด็กบางคนนั่งแล้วก็พยุงตัวขึ้นยืนได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลหรือเร่งรัดลูกน้อยเกินไปนะคะ แต่ควรกระตุ้นและสนับสนุนการแสดงออกของลูก

 

ในเดือนที่ 7 นี้พัฒนาการของลูกน้อยเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างนะ …..ลองไปดูกัน

 

พัฒนาการด้านร่างกาย

เด็กน้อยวัย 7 เดือนนั้นจะสามารถประคองศรีษะได้ดีแล้วและสามารถยันตัวขึ้นในท่าคลาน หรืออาจคลานได้  สามารถจับของเพื่อดึงตัวเองขึ้นยืน การนั่งนั้นจะนั่งได้นานโดยไม่ต้องมีอะไรมาช่วยพยุงแล้วค่ะ ลูกน้อยเริ่มใช้มือได้ดีขึ้น  เมื่อพ่อแม่ทำท่าขอของจากเขา โดยการแบมือขอ ลูกจะมอง และทำท่าให้ของแก่พ่อแม่ แต่ไม่ยอมปล่อยของออกจากมือ และดึงของกลับคืนไปจากพ่อแม่  คอยสังเกตด้วยนะคะว่า ลูกน้อยนั้นมีความถนัดมือซ้ายหรือขวา  ถ้าเด็กน้อยชอบใช้มือขวา จากการศึกษาพบว่า 80% ถนัดขวาค่ะ  ในวัยนี้ลูกจะชอบใช้มือหยิบของ และส่งผ่านไปยังอีกมือหนึ่งกลับไปกลับมา  ชอบเคาะของ ทุบ  เขย่า ตี บีบ  โยน หรือกลิ้ง ของที่อยู่ในมือ เพื่อสังเกตดูปฏิกิริยาของสิ่งต่าง ๆ  อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังด้วยนะคะ

ในเดือนที่ 7 นี้เด็กน้อยบางคนเริ่มมีฟันขึ้นโผล่พ้นเหงือก ซึ่งมักจะเป็นฟันหน้าซี่ล่าง  เด็กน้อยอาจจะงอแง หรือมีน้ำลายไหลมากขึ้น และเด็กบางคน อาจมีการเจ็บป่วยบ้าง เช่น ท้องเสีย หรือมีไข้ ที่คนไทยเชื่อว่าเป็นจากการยืดตัว  คุณพ่อคุณแม่อย่าได้เข้าใจว่าการเจ็บป่วยนี้นั้นเป็นจากการขึ้นของฟัน และไม่ได้เอาใจใส่ดูแลใกล้ชิด เพราะที่จริงแล้วอาจเป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อในร่างกาย ซึ่งปัญหาการติดเชื้อนั้นควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจะปลอดภัยต่อลูกน้อยมากกว่านะคะ

 

พัฒนาการด้านสติปัญญาและอารมณ์

ในวัยนี้ลูกน้อยจะส่งเสียงสระและพยัญชนะได้แล้วค่ะ  คุณพ่อคุณแม่อาจได้ยินลูกน้อยออกเสียงที่มีความหมายส่วนตัว เช่น  แมะ ปา เป็นตัน แต่จะตลกหน่อยนะคะ ลูกจะส่งเสียงหลายเสียงแล้วจึงค่อยหายใจ ลูกน้อยวัยนี้จะพยายามเลียนแบบเสียง และสนใจฟังเสียงตัวเองและผู้อื่น   คุณพ่อคุณแม่รู้มัยค่ะที่ลูกกำลังทำเสียงแสดงความสุข ตื่นเต้น กลัว  ไม่ชอบ หรือโกรธอยู่นั้นลูกเขากำลังเลียนเสียงพูดของคุณพ่อคุณแม่อยู่นะ  วัย 7 เดือนนั้นจะเริ่มเข้าใจคำว่า “ไม่” ที่พ่อแม่พูดกับเขาแล้วนะคะ จากการฟังน้ำเสียงที่พ่อแม่พูดออกมาลูกน้อยก็จะหยุด หรือทำท่าแบะจะร้องไห้ เมื่อได้ยินคุณพูดว่า “ไม่”   ลูกจะเริ่มเข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการทำสิ่งหนึ่ง แล้วทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมา เช่น ถ้าเอาของเล่นซ่อนในผ้า ถ้าเข้าดึงผ้าออกเค้าก็จะสามารถเห็นของเล่นที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าได้  และสามารถคลานเข้าไปหาของเล่นได้   คุณพ่อคุณแม่ชวนลูกน้อยเล่นซ่อนของบ้างนะคะ ช่วยฝึกให้ลูกน้อยได้รู้จักใช้ความคิดในการแก้ปัญหาอย่าง
ง่าย  ๆ  และหากลูกน้อยทำได้เขาจะแสดงอาการดีใจ  รู้สึกพอใจในตนเอง  เป็นการทำให้ลูกน้อยได้รู้จักถึงความสำเร็จในระดับหนึ่งได้ดีเลยค่ะ

 

พัฒนาการด้านการช่วยเหลือตัวเองและสังคม

ในวัย 7 เดือนนี้ลูกจะเริ่มมีความกังวล รู้สึกกลัวคนแปลกหน้า คนที่ลูกไม่คุ้นเคย ไม่ขอบอยู่คนเดียว และรับรู้ได้แล้วว่าอยู่กับใครแล้วถึงรู้สึกมั่นคงปลอดภัย   คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกเด็กน้อยได้นะคะ ให้อุ้มลูกน้อยไปเล่นกับคนอื่น ๆ พอคุ้นก็เริ่มวางลูกนั่งเล่นกับคนอื่นในขณะที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ  ทิ้งระยะสักเล็กน้อย  ทำเช่นนี้บ่อย ๆ
ลูกจะรู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้หายไปไหนเกิดความรู้สึกมั่นคงทางใจขึ้นค่ะ  แล้วก็จะสามารถเล่นกับเด็กคนอื่นได้   นอกจากนั้นแล้วลูกน้อยวัยนี้ยังชอบอะไรที่สนุกสนาน ชอบหัวเราะ คุณพ่อคุณแม่ชวนเล่นดึงความสนใจลูกให้ลูกได้รู้สึกเบิกบานนะคะ เสียงหัวเราะสำคัญมากค่ะ เด็กน้อยวัยนี้จะเชื่อมโยงลักษณะท่าทางและอารมณ์นั้นเก็บไว้ในความทรงจำ ซึ่งหากเขามีความรู้สึกเบิกบาย อบอุ่นใจ พัฒนาการด้านสังคมของเด็กน้อยจะดีขึ้นมากในวัยถัด ๆ ไปค่ะ

 

การสร้างนิสัยการนอนที่ดีให้ลูกน้อยวัยนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกน้อยได้นอนหลับอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และคุณพ่อคุณแม่เองก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่  ดังนั้นในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ควรลดกิจกรรมการเล่นของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมการเล่นที่ต้องมีการเคลื่อนไหว และการเล่นที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์  ความรู้สึกต่าง ๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยตื่นตัวจนไม่ยอมหลับ