พัฒนาการของลูกน้อยและคุณแม่ตั้งครรภ์ เดือนที่ 3

พัฒนาการของลูกน้อยและคุณแม่ตั้งครรภ์ เดือนที่ 3

พัฒนาการของลูกน้อยและคุณแม่ตั้งครรภ์ เดือนที่ 3

เข้าสู่เดือนที่สามของการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวอ่อนทารกในครรภ์กลายเป็นทารกอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วค่ะ  เด็กทารกในวัยสามเดือนในครรภ์นี้จะอวัยวะครบถ้วน คือมีแขน ขา ศีรษะ มีอวัยวะบนหน้าครบ  สามารถอ้าปากและหุบปากได้ และมีเล็บมือเล็บเท้าด้วย ศีรษะจะมีขนาดใหญ่กว่าลำตัว  และแขนจะยาวกว่าขา  แต่ด้วยขนาดตัวที่เล็กมากๆคือประมาณ 4 นิ้ว  คุรแม่จึงยังจะไม่รู้สึกถึงการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวของลูกน้อย  โดยในเดือนนี้ลูกจะมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 120-160 ครั้งต่อนาที  และมีหัวใจครบทั้งสี่ห้องแล้ว    รวมถึงไตจะเริ่มทำงานโดยการขับของเสียออกจากร่างกายผ่านสายสะดือ

 

พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ เดือนที่ 3

ในช่วงเดือนนี้เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่าตัวอ่อนในครรภ์นั้นเติบโตเป็นทารกที่มีร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่จะพัฒนาเป็นทารกที่ตัวโตขึ้นและแข็งแรงขึ้นในอนาคต  โดยร่างกายของทารกนั้นจะมีศีรษะที่ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆครบถ้วน  ได้แก่  หู(หูชั้นนอกเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วสังเกตได้จากว่าทารกมีใบหู)  ตา(เปลือกตายังคงปิดอยู่  ยังไม่ลืมตา)  จมูก  รูจมูก  ร่องปาก  ปาก(ที่สามารถขยับได้  อ้าปากได้  หุบปากได้  เม้มปากก็ทำได้แล้ว  สามารถดูดกลืนน้ำคร่ำรอบๆตัวได้และขับถ่ายออกมาเป็นปัสสาวะ)  และมีลิ้นเรียบร้อยแล้วด้วย  ในส่วนของหูนั้นมีการเจริญเติบโตของงหูชั้นในที่มีหน้าที่รับการทรงตัวรวมถึงการได้ยินที่เริ่มใช้งานได้แล้ว  ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงสามารถเริ่มพูดคุยกับลูกน้อยได้เพราะเขากำลังจะเริ่มได้ยิน  ซึ่งเสียงของคุณพ่อคุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่นั้นจะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการทางการได้ยินของลูกได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ในครรภ์  นอกจากนี้นิ้วมือและนิ้วเท้าของลูกยังแยกออกจากกัน   ทำให้สามารกำมือและขยับนิ้วเท้าได้  รวมทั้งมีเล็บมือเล็บเท้าที่กำลังจะงอกแล้วด้วย   ในขณะที่ขนาดของแขนกับขาในช่วงนี้อาจยังไม่สมดุลกันนัก   เนื่องจากทารกยังคงมีขนาดของแขนที่ยาวกว่าขา  แต่อีกไม่นานขาก็จะยาวขึ้นและมีความสมส่วนมากยิ่งขึ้น  ในส่วนของอวัยวะภายในนั้นเกิดขึ้นเรียบร้อยสมบูรณ์ดีรวมทั้งส่วนใหญ่จะเริ่มทำงานแล้วในช่วงเดือนนี้  ที่สำคัญเมื่อมาถึงการตั้งครรภ์ในเดือนที่สาม   ทารกจะเริ่มแข็งแรงมากพอที่จะปลอดภัยหากได้รับยาหรือการติดเชื้อโรคต่างๆ    โดยในช่วงนี้ทารกจะมีขนาดตัวประมาณ1นิ้วครึ่งและมีน้ำหนักประมาณ18กรัม

 

พัฒนาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ เดือนที่ 3

ในเดือนที่สามแห่งการตั้งครรภ์นี้คุณแม่ยังคงอยู่ในภาวะที่แพ้ท้องอยู่ (ถ้ามีอาการคลื่นไส้อาเจียนจะดีขึ้นมาก)  แต่เริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว  ที่สำคัญคือจะไม่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆเหมือนช่วงเดือนแรกๆแล้ว  แต่ในเรื่องของอารมณ์คุณแม่ยังคงมีอาการอารมณ์ที่อ่อนไหวแปรปรวนง่าย  กล่าวคือหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย  แม้แต่เพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆก็สามารถทำให้คุณแม่อารมณ์เสียได้ทั้งนี้เพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป  ดังนั้นหากคุณแม่ท่านใดที่ยังนิ่งนอนใจไม่ไปฝากครรภ์ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจครรภ์ให้ละเอียด รวมถึงต้องมีการเจาะเลือดเพื่อเช็คระดับของสารเคมีต่างๆด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด  กรุ๊ปเลือด  ค่าตับ  ค่าไต  ระดับน้ำตาล  และไขมันในเส้นเลือด  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกเป็นสำคัญ  โดยในระยะนี้คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นราวๆ 10% ของน้ำหนักที่ควรเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์หรือไม่เกินครึ่งกิโลต่อสัปดาห์  ในส่วนของพัฒนาการทางด้านร่างกายของคุณแม่นั้นในช่วงนี้เต้านมจะหนักขึ้น  เนื่องจากต่อมน้ำนมเตรียมพร้อมในการทำงาน  รวมถึงมีความรู้สึกเจ็บถ้าสัมผัส  และสามารถรู้สึกถึงยอดมดลูกได้ว่าอยู่ระดับเหนือกระดูกหัวหน่าว

 

การดูแลคุณแม่ในการตั้งครรภ์เดือนที่ 3

ในช่วงเวลานี้คุณแม่ควรเริ่มศึกษาหาข้อมูลการเลี้ยงดุเด็กจากผู้รู้  ผู้เชี่ยวชาญ  หรือจากพยาบาลหรือแพทย์ไว้ล่วงหน้า  รวมถึงสอบถามวิธีการประพฤติปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์ของคุณแม่เองด้วย  และควรศึกษาจากการอ่านหนังสือตำรับตำราหลายๆเล่มเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในอนาคต  เนื่องจากการตั้งครรภ์ในช่วงนี้นั้นอาการแพ้ท้องได้ลดลงมากแล้ว  อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูงอยู่จึงเหมาะสมกว่าที่จะไปเริ่มทำการเรียนรู้เมื่อร่างกายขยายใหญ่  และเริ่มมีอาการอุ้ยอ้ายในช่วงหลังๆของการตั้งครรภ์  ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่คุณแม่และคุณพ่อจะมีกิจกรรมศึกษาวิธีเลี้ยงดูลูกร่วมกันและยังเป็นการเสริมสร้างความคุ้นเคยในการเป็นพ่อคนแม่คน   รวมทั้งสร้างและสานความผูกพันกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย   เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีความเข้าใจในการปฏิบัติตัวและการเลี้ยงดูลูกแล้ว  จะเสริมความเข้มแข็งในจิตใจของคนในครอบครัว  เสริมความสบายใจแก่คุณแม่ทำให้การตั้งครรภ์ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความรักความเข้าใจกันอย่างสมบูรณ์  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสภาพจิตใจของคุณแม่  และความเข้าใจของคุณพ่อและกำลังใจจากคนรอบตัวนั่นเอง  นอกจากนั้นคุณแม่ยังควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง  รวมถึงรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และให้เพียงพอแก่ความต้องการ  รวมถึงไม่ขาดการรับประทานวิตามินเกลือแร่ตามที่แพทย์สั่งด้วย  เช่นเดียวกับในเดือนที่ผ่านมา

 

ข้อควรระวังของคุณแม่ในการตั้งครรภ์เดือนที่ 3

ในช่วงเดือนที่สามแห่งการตั้งครรภ์นี้ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแท้งได้โดยง่าย  ดังนั้นจึงห้ามคุณแม่ทำงานหนักและทำงานฝืนเกินกำลังของตนเอง  รวมถึงงดออกกำลังกายที่หนักเกินไปแต่ให้เปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายที่เบาๆแต่สม่ำเสมอแทน  ไม่ว่าจะเป็นการยืดเส้นยืดสายด้วยการเดินเบาๆ  กายบริหารร่างกายเบาๆ  ออกกำลังด้วยการเดินในน้ำ  การเล่นโยคะสำหรับคนท้อง  ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะท้องผูกเพราะในคนท้องมีโอกาสที่จะมีการเคลื่อนตัวช้าของอุจจาระในลำไส้  หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้อุจจาระแข็งและเกิดการเจ็บปวดขณะขับถ่ายได้  รวมทั้งอย่าลืมดื่มนมให้เป็นนิสัยเพื่อป้องกันการขาดโปรตีนของทารกด้วย คุณแม่จึงควรได้รับกรดโฟลิก และวิตามินรวมให้ได้วันละ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่ช่วงก่อนตั้งครรภ์ จนถึงปลายสัปดาห์ที่ 12