รีวิวพาลูกไปทำพาสปอร์ต

 
พาลูกเล็กไปทำพาสปอร์ต
 

รีวิวพาลูกไปทำพาสปอร์ต

เมื่อวันพุธ หลินพาเมรินไปทำพาสปอร์ตมาค่ะ เพราะอีก 2 เดือนมีแพลนจะไปเที่ยวเกาหลีประมาณ 10 วัน เลยจะมารีวิวขั้นตอนการทำให้ดู เลือกไปทำที่กรมกงศุลสาขาคลองเตยค่ะ เนื่องจากสะดวก ไปง่าย นั่งรถไฟฟ้าไปแป๊ปเดียวก็ถึง และจะบอกว่าเร็วมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว อันนี้รวมรอคิวแล้วนะคะ

นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานีคลองเตยค่ะ

พาเมรินนั่งรถใต้ดินไปลงที่สถานีคลองเตยค่ะ คือออกจากรถ MRT มาก็เจอเลย ทางออกหมายเลข 2 ค่ะ เดินทางง่ายมาก อ่อ รถใต้ดินพาขึ้นช่วงสายๆนะคะ คนจะไม่ค่อยเยอะ แล้ววันที่ไปก็วันธรรมดา ไม่เบียดค่ะ อันนี้วอล์คอินเข้าไปทำเลย หรือใครกลัวคนเยอะอยากจะจองคิวออนไลน์ไว้ก่อนก็ได้นะคะ จองคิวผ่านทางหน้าเว็บได้เลย www.passport.in.th

เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาก็ถึงเลยค่ะ

 

มาเริ่มกันเลย ขั้นตอนการทำหนังสือเดินทางของเด็กเล็กค่ะ

1. รับบัตรคิว+ยื่นเอกสาร
พอไปถึงก็ต่อแถวรับบัตรคิวค่ะ ไปถึงช่วงประมาณ 11 โมง แถวไม่ยาวคนไม่เยอะค่ะ ระหว่างรอรับบัตรคิวเราให้พ่ออุ้มเมรินเดินเล่นรอค่ะ พอถึงคิวแล้วก็ยื่นเอกสาร อันนี้ไปทั้งพ่อและแม่ ก็จะมีแค่บัตรประชาชนตัวจริงของพ่อแม่และก็ใบสูจิบัตรตัวจริงของเมรินเท่านี้เอง ตอนรับบัตรคิวต้องมาครบทั้ง 3 คน (พ่อ,แม่,ลูก) นะคะถึงจะได้คิว ของเมรินมี 12 คิวก่อนหน้าค่ะ

ต่อแถวรับบัตรคิว

 

2. วัดส่วนสูง
หลังจากได้บัตรคิวแล้วก็วัดส่วนสูงค่ะ ตอนที่ไปทำเมรินอายุ 3 เดือน ซึ่งยังยืนวัดส่วนสูงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็จะเอาสายวัดมาวัดความยาวตัวให้ แต่พอดีอาทิตย์ก่อนเพิ่งไปหาหมอมา เจ้าหน้าที่เขาก็ถามว่าน้องสูงเท่าไหร่ตอนที่ไปหาหมอล่าสุด เลยบอกความสูงที่คุณหมอวัดให้ไปแทน

วัดส่วนสูง

 

3. กรอกข้อมูล
จะมีเคาเตอร์ให้ทางฝั่งขวามือ เป็นเคาเตอร์ยาวๆมีปากกาให้ค่ะ ไปยืนกรอกตรงนั้นได้เลย กรอกหมดทุกช่องเลยนะคะ หลินลืมกรอกที่อยู่จัดส่งพาสปอร์ตตรงด้านล่างเพราะคิดว่าเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ที่สาขานี้จะไม่มีมารับรูปเล่มเอง เขาจัดส่งทางไปรษณีย์หมดเลย

เคาเตอร์สำหรับยืนกรอกข้อมูล

เอกสารที่กรอก มีแผ่นเดียวค่ะ

 

4. รอเรียกคิว
มีเก้าอี้ให้นั่งรอคิวค่ะ ที่นั่งเยอะพอสมควร แต่ยังไม่ทันได้นั่งเลย เพราะพอกรอกเสร็จก็เกือบจะถึงคิวแล้ว คือตั้งแต่รับบัตรคิวจนถึงเรียกคิวน่าจะไม่เกิน 10 นาทีค่ะ เร็วมาก พอถึงคิวก็เรียกคิวก็เข้าไปด้านในค่ะ ตรงส่วนนี้เขาไม่ให้ถ่ายรูปแล้ว ก็เลยไม่ได้ถ่ายรีวิวมาให้ดูนะคะ

เดินเล่นรอเรียกคิวจร้า

 

5. ตรวจสอบเอกสารและถ่ายรูป
พอเข้าไปเจ้าหน้าที่ก็จะให้เช็คตัวสะกดของชื่อนามสกุลว่าถูกต้องมั๊ย แล้วพ่อแม่ก็เซ็นเอกสาร เสร็จแล้วก็จับเมรินมานั่งถ่ายรูป คือตอนถ่ายรูปนานสุดเลย หลินนั่งหันข้างชิดกำแพงแล้วจับเมรินนั่งบนขา และก็ต้องให้เขามองไปที่กล้องค่ะ เลยเอาของเล่นที่เตรียมมาเขย่าๆให้เขามองไปทางกล้องค่ะ เจ้าหน้าที่ถ่ายอยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้ ของเล่นที่เอาไปนี่เป็นอะไรก็ได้นะคะ เคยเห็นบางคนเปิดการ์ตูนให้ลูกดูตอนถ่ายรูปก็เวิร์คเหมือนกันนะ ทดลองดููที่บ้านก่อนก็ได้นะคะว่าลูกมองตามอะไร ก็ถือติดมือไปด้วยเป็นตัวช่วยตอนถ่ายรูป ส่วนรูปที่ใช้ได้คือต้องตัวตรง ตามองกล้อง หัวไม่เอียงค่ะ แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ดูภาพก่อน ถ้าโอเคก็เซ็นต์ชื่อยินยอมใช้รูปนี้ไป

ด้านในโซนนี้เป็นจุดตรวจเอกสารและถ่ายรูปค่ะ

 

6. พิมพ์ลายนิ้วเท้า
หลังจากถ่ายรูปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิมพ์ลายนิ้วเท้าค่ะ จนท.จับนิ้วโป้งข้างซ้ายไปปั๊มกับหมึกพิมพ์แล้วพิมพ์ลงบนกระดาษแทนการเซ็นต์ชื่อ

หมึกเต็มนิ้วเท้าเลย

 

7. ชำระค่าธรรมเนียมและค่าส่ง EMS
เสร็จแล้วก็เดินไปจ่ายเงินค่าธรรมเนียม 1,000 บาทที่เคาท์เตอร์ด้านหลัง และค่าส่ง EMS อีก 60 บาท ประมาณ 3-4 วันก็ได้รับพาสปอร์ตแล้วค่ะ ไปทำวันพุธ วันเสาร์พาสปอร์ตก็ส่งมาถึงบ้านแล้วค่ะ

4 วันก็ได้รับพาสปอร์ตแล้วค่ะ